วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564

นี่หรือเสรีภาพ การปิดปากของ Facebook แผนร้ายของอเมริกา

 

ใครที่เป็นอุปสรรคต่อการแทรกแซงความมั่นคงของไทย สหรัฐก็จะใช้วิธีปิดบัญชี เพื่อปิดปาก ก่อนหน้าที่สหรัฐใช้วิธีนี้ปิดปากความจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการปิดเหล่าบัญชีเพจ ที่อ้างว่าผิด CIB ความปลอดภัย ซึ่งเมื่อไปดูเหล่าบรรดาเพจที่โดนปิดแล้วกลับพบว่าเป็นเพียงเพจที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์การช่วยเหลือชาวบ้าน สร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่เท่านั้น   ตอนนี้มาปิดเฟสนายโทนี่ บุคคลที่ออกมาเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับการแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย ด้วยวิธีการปลุกม็อบการเมือง การสนับสนุนเงินทุนให้กับเครือข่ายเหล่า NGO ให้บ่อนทำลายประเทศไทย ผ่านกิจกรรมที่สวยหรูที่เรียกว่า NGO สิทธิมนุษยชน  ซึ่งความจริงแล้ว Facebook ก็เป็นแฟลตฟรอม ตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูล  และอีกด้านก็เป็นแฟลตฟรอมที่ใช้ไว้แทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่นๆ ของสหรัฐอเมริกา เพื่อผลประโยชน์การต่อรองในเวทีโลก ยกตัวอย่างเหมือนที่เราเห็นกันทุกวันคือการปลุกม็อบโจมตีสถาบัน ผ่าน Facebook Twitter และช่องทางโซเชียลอื่นๆ  

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง'ซัดสหรัฐสั่งปิดเฟซบุ๊ก'โทนี่'อเมริกันจอมแฉ

25 มี.ค.64- นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  Nantiwat Samart ว่านี่หรือเสรีภาพ ? สหรัฐสั่งปิดเฟสบุ๊คของ Brian Berlatic ชื่อนี้คนไทยอาจไม่คุ้นหู แต่คนนี้คือ โทนี่ คาร์ตาลุซซี่ อดีตนาวิกโยธินที่เข้ามาอยู่เมืองไทยและรักความเป็นธรรม ได้เขียนเปิดโปงความจริงที่สหรัฐกระทำต่อไทย

ทำไมสหรัฐถึงกลัวความจริงที่โทนี่พูด หรืออะไรคือเหตุผลของการปิดปากโทนี่ หรือสหรัฐกำลังมีแผนการชั่วร้ายอะไรในไทยที่ไม่อยากให้โทนี่เผยแพร่ 

ข้อมูลข่าวสารที่โทนี่ คาร์ตาลุซซี่เปิดเผยต่อคนอเมริกันถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ความเลวร้ายของสิ่งที่อเมริกันทำในไทย  ทำให้คนอเมริกัน รวมทั้งคนไทยจำนวนหนึ่งตาสว่าง  ได้รับรู้เรื่องราวจำนวนมากที่ไม่รู้มาก่อน และคนอเมริกันมีแนวโน้มเชื่อในสิ่งที่คนอเมริกันด้วยกันพูด

โทนี่ คาร์ลุซซี่ได้เปิดโปงถึงบรรดาทุนต่างๆของสหรัฐที่ให้การสนับสนุนเอ็นจีโอไทยที่โจมตีประเทศไทยอย่างแหลมคมที่สุด

โทนี่ ได้เล่าเบื้องหลังความเลวร้ายของบรรดาม๊อบที่รับโจทย์จากต่างชาติ ความรุนแรงที่ม๊อบก่อขึ้นและสื่อไทยไม่รายงานและไม่แพร่ภาพ

เราขอประณาม ขอคัดค้านการปิดเฟสบุ๊คแฟนเพจของBrian Berlatic หรือโทนี่ คาร์ตาลุซซี่
นี่หรือเสรีภาพ
นี่หรือประชาธิปไตย นี่หรือแบบอย่างประเทศประชาธิปไตยที่ม๊อบสามนิ้วอยากจะได้ อยากมี

www.facebook.com/nantiwat.samart/posts/1589528647899778

 


วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2564

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จัดพิธีรดน้ำศพ และส่งศพวีรชนทหารกล้ากลับภูมิลำเนา จ.สกลนคร

วันนี้ ( 22 มีนาคม 2564 ) เวลา 10.00 น. ที่ วัดสุวรรณากร ตำบลบ่อทองอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท พรชัย อินทนู รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานพิธีรดน้ำศพอาสาสมัครทหารพราน สกล ปัญญา อายุ 30 ปี ตำแหน่งพลปืนเล็ก ชุดปฏิบัติการที่ 3 กองร้อยทหารพรานที่ 4906 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ฐานปฏิบัติการในพื้นที่ บ้านไอร์กือเนาะ หมู่ที่ 5 ตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.45 น. ของวันที่ 13 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยเข้ารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาและได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมี นายวิชิต อ่อนทองอิน นายอำเภอหนองจิก, ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, คณะผู้บังคับบัญชา, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส, ผู้แทนหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่,ส่วนราชการ,เจ้าหน้าที่ทหาร,ตำรวจตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธีแสดงความเคารพและอาลัย แก่วีรชนทหารกล้า

 
ในการนี้ พลโท พรชัย อินทนู รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้แทนวางพวงหรีดเคารพศพในนามของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก, พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และในนามกองทัพบก ทั้งนี้ ในพิธีรดน้ำศพมีการมอบเหรียญบางระจัน และประกาศเกียรติคุณแห่งความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ผู้วายชนม์ และเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล พร้อมมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต 


⏯ ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ สนามบินบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท พรชัย อินทนู รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เดินทางเป็นประธานในพิธีส่งศพ อาสาสมัครทหารพราน สกล ปัญญา โดยมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส , รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา , ส่วนราชการ , เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ร่วมพิธี โดยได้เคลื่อนย้ายศพวีรชนทหารกล้า ด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบ C-295W เพื่อกลับสู่ภูมิลำเนาอย่างสมเกียรติ ไปยังตำบลวาริชภูมิ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร เพื่อไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนาต่อไป